เกี่ยวกับ

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

มูลนิธินี้ ได้ขอจดทะเบียนตั้งแต่ครั้งยังทรงพระชนม์อยู่เพื่อถวายพระเกียรติแด่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ที่ได้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กเยาวชนและเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปสู่สังคมนานาชาติเป็นระยะเวลายาวนาน

เดิมทีนั้น เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ประทานทุนการศึกษาแก่เยาวชนต่างๆ เมื่อมีผู้ถวายเงิน  มากบ้างน้อยบ้าง ตามกำลังเพราะทรงอยากเห็นเยาวชนด้อยโอกาสได้มีการศึกษาที่ดี เพื่อเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติและยังไม่มีมูลนิธิ/นิธิรองรับ  ผู้เคยได้รับทุนก็มีทั้งศิษยานุศิษย์ของท่านภายในวัดบวรนิเวศวิหาร, นักเรียนของโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เช่น ศ.ดร.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ซึ่งเคยได้รับทุนในสมัยเป็นนักเรียนมัธยมและเยาวชนจากโรงเรียนอื่นๆ ในต่างจังหวัด

จนเมื่อราวพุทธศักราช 2515 โยมมารดาพระองค์คือนางกิมน้อย คชวัตรถึงแก่กรรมลง  ระหว่างทรงประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพโยมมารดาที่วัดเทวสังฆาราม จ.กาญจนบุรี ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระองค์ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อทรงร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย

สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ทรงมอบให้ไวยาวัจกรนำเอาเงินพระราชทานดังกล่าวมาตั้งเป็นกองทุนในชื่อ ’นิธิน้อย คชวัตร’ เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงโยมมารดาคือนางกิมน้อย คชวัตรและโยมบิดาคือนายน้อย คชวัตร ต่อมา เมื่อมีอุบาสกอุบาสิกาอื่นๆ ถวายเงินแก่พระองค์เป็นส่วนตัว ก็ทรงให้ไวยาวัจกรรับและนำเข้านิธิดังกล่าวแล้ว ทรงให้ไวยาวัจกรนำดอกผลมาประทานเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาทั่วไป รวมทั้งศิษยานุศิษย์ภายในวัดบวรนิเวศวิหารให้ได้มีโอกาสได้รับการศึกษาชั้นสูงเพื่อเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศชาติในภายภาคหน้าด้วย พระองค์ทรงทำเช่นนี้มาตลอดพระชนมายุของพระองค์

เพื่อสืบสานพระเจตนารมณ์ที่ทรงมุ่งหวังจะให้กุลบุตรกุลธิดาที่เป็นนักเรียน นักศึกษาได้มีทุนการศึกษาจุนเจือให้คงอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสานพระดำริให้มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปสู่ชาวต่างชาติมากขึ้น คณะศิษยานุศิษย์ในเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ตั้งมูลนิธิ 2 มูลนิธิ กล่าวคือ:-

image1.มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีวัตถุประสงค์ที่จะหาทุนเป็นทุนการศึกษาแก่บรรดานักเรียนหรือเยาวชนของชาติทั่วๆ ไปจากหลายสาขาวิชาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สืบทอดกิจกรรมที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้เคยทรงทำมาสมัยยังทรงพระชนม์อยู่  ตัวแทนจากวัดบวรนิเวศวิหารได้จดทะเบียนมูลนิธิกับกระทรวงมหาดไทยเมื่อปีพุทธศักราช 2552 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วัดจัดงานบำเพ็ญพระกุศลถวายเจ้าประคุณสมเด็จฯ เนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชันษาครบ 96 ปี ในวันที่ 3 ตุลาคม 2552 มูลนิธินี้มีสำนักงานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

2.มูลนิธิ 100 พระชันษา สมเด็จพระญาณสังวรานุสรณ์ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ กระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้จดทะเบียนมูลนิธิวันที่ 12 กันยายน 2557 ผู้ขอจดทะเบียนคือผศ.ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ โดยได้ทุนสนับสนุนทุนจดทะเบียนจำนวน 2 แสนบาทจากผู้ศรัทธาในเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม  

มูลนิธินี้ ตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ทรงพระชนมายุครบ 100 ปี วันที่ 3 ตุลาคม 2556 มีวัตถุประสงค์หลักคือหาทุนเพื่อมุ่งส่งเสริมการศึกษาและวิจัยทางพระพุทธศาสนาระดับชาติและระดับนานาชาติเท่านั้นทั้งนี้  เพื่อให้การศึกษาและวิจัยทางพระพุทธศาสนาแพร่หลายไปสู่ประชาคมโลกในสังคมยุคข้อมูลข่าวสารนี้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น สมตามพระเจตนารมณ์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกที่ได้ทรงบุกเบิกผลิตตำรับตำราคู่มือเรียนวิชาพระพุทธศาสนาเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ชาวต่างประเทศได้อ่าน นอกจากนั้น ยังทรงริเริ่มก่อตั้งสำนักงานฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ภายในวัดบวรนิเวศวิหารเพื่อฝึกอบรมพระภิกษุสามเณรทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกายให้มีความรู้ความสามาถพอจะไปอบรมสั่งสอนประชาชนในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ:

  1. เพื่อดำเนินการก่อตั้งวิทยาลัยพุทธศาสนศึกษาญาณสังวร จัดการเรียนการสอนและทำวิจัย คัมภีร์ใบลานทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ พร้อมจัดพิมพ์เผยแพร่ในระดับสากล เพื่อสนองพระดำริสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
  2. เพื่อให้ทุนสนับสนุนในการทำวิจัยทางพระพุทธศาสนาที่ได้มาตรฐาน ระดับชาติและระดับนานาชาติแก่ครูอาจารย์ของสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่คณะกรรมการมูลนิธิฯ เห็นสมควร
  3. เพื่อให้ทุนสนับสนุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรหรือฆราวาสที่เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี โทและเอก สาขาพุทธศาสนศึกษา ของสถาบันการ ศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานสกอ.ทั้งเป็นทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรและทุนสนับสนุนบางส่วน
  4. เพื่อให้ทุนสนับสนุนในการจัดชุดปาฐกถาสาธารณะชื่อ“ชุดปาฐกถาถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(Somdet Phra Ñāṇasaṃvara Lecture Series)”
  5. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ อันจะส่งเสริมวิชาการด้านพุทธศาสนศึกษาของสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่คณะกรรมการมูลนิธิเห็นสมควร
  6. เพื่อดำเนินการสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศล หน่วยงาน องค์กร และภาคีอื่นๆ เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์
  7. ไม่ดำเนินการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด